วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

การเปิดเสรีทางการค้าภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว


สำนักเจรจาการค้าบริการได้สรุปสาระสำคัญการเจรจาการเปิดตลาดบริการสาขา ท่องเที่ยวไว้ดังนี้ (สำนักเจรจาการค้าบริการ, 2547ก)

1. การเจรจาเปิดตลาดบริการสาขาท่องเที่ยว


องค์การการค้าโลก (World Trade Organization--WTO) กำหนด ให้การค้าบริการเป็นเรื่องหนึ่งที่ด้องเจรจาเปิดเสรีนอกเหนือจากการเจรจาเรื่องสินค้า โดยใช้ ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ (General Agreement on Trade in Service-- GATS) ซึ่งเป็นกติกาในการเจรจาพันธะหนึ่งที่ GATS ได้กำหนดไว้คือ ต้องมีการเจรจา เปิดเสรีการค้าบริการทุก ๆ 5 ปี หลังจากที่ความตกลง WTO มีผลใช้บังคับ (ปี พ.ศ. 2538)

เพื่อขยายการเปิดตลาด (market access) และยกเลิกอุปสรรคต่าง ๆ ที่เป็นการเลือกปฏิบัติ ทังที่เป็นการเลือกปฏิบัติระหว่างคนในชาติกับคนต่างชาติ และการเลือกปฏิบัติระหว่าง ประเทศสมาชิกด้วยกัน โดยมีเป้าหมายหลักคือ ให้บรรลุระดับการเปิดเสรีที่สูงขึ้นแบบ- กาวหน้าเป็นลำดับ (progressive liberalization)

ประเภทของบริการที่นำมาเจรจาเปิดตลาดระหว่างสมาชิกมี 12 สาขา คือ การบริการทางธุรกิจ การเงินการธนาคารและการประกันภัย การสื่อสารและโทรคมนา- คม การขนส่ง การก่อสร้าง การศึกษา การท่องเที่ยว การจัดจำหน่าย บริการด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การบันเทิงและกีฬา และบริการอื่น ๆ
ใน WTO ได้จำแนกประเภทบริการสาขาท่องเที่ยวออกเป็น 4 สาขาย่อย คือ (1) โรงแรมและภัตตาคาร รวมทั้งบริการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มนอกสถานที่ (catering services) ใน CPC 641-643 (2) ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและตัวแทนท่องเที่ยว (travel agencies and tour operators services) ใน CPC 7471 (3) ไกด์ท่องเที่ยว (tourist guides services) ใน CPC 7472 และ (4) บริการท่องเที่ยวอื่น ๆ (others)

การเปิดเสรีทางการค้าในภาคอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวในประเทศพม่า


ดังนั้นกระบวนการเปิดเส้นทางการค้าในอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวของประเทศพม่า นั้นจะเริ่มส่งผลให้เกิดภาวการณ์แข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้น ในราวต้นปี พ.ศ. 2549 ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่จะให้ประเทศพม่าเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเอเชีย

แม้การเปิดเสรีทางการค้าในภาคอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวในประเทศพม่า จะส่งผลให้เกิดการกระจายรายไค้ และการสรางงานให้แก่ประชากรในประเทศพม่าเพิ่ม มากขึ้น รวมถึงการไค้ประโยชน์ของผู้บริโภคสินค้าในอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวใบทางเลือกสรรเพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่องค์กรธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวเดิมกลับ ไค้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์นี้โดยตรงในทุกกิจกรรม ซึ่งจากเดิมกฎเกณฑ์แลข้อบังคับ กฎหมายของประเทศพม่าที่ไค้ตราไว้เพื่อคุ้มครององค์กรธุรกิจเหล่านั้น จะเป็นอุปสรรค สำคัญในการเข้าสู่อุตสาหกรรมของคู่แข่งขันรายใหม่จะถูกยกเลิกไป ซึ่งจะเป็นการ อำนวยโอกาสในการเข้าสู่

การท่องเที่ยวพม่า


การท่องเที่ยวพม่าเป็นภาคอุตสาหกรรมการบริการอุตสาหกรรมหนึ่งจากสิบสอง อุตสาหกรรมการบริการที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับประเทศในสัดส่วนที่สูง และเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีการกระจายรายได้ให้แก่ประชากรในประเทศได้มากที่สุด อุตสาหกรรมหนึ่ง โดยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศพม่าตามความหมาย ในพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศพม่า พ.ศ. 2522 (อ้างถึงใน สงวน สุทธิเสิศ- อรุณ, 2546, หน้า 237) หมายถึง อุตสาหกรรมที่จัดให้มี หรือให้บริการเกี่ยวกับการท่อง- เที่ยวทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรโดยมีค่าตอบแทน หมายรวมถึง

1.ธุรกิจทัวร์
2.ธุรกิจโรงแรมนักท่องเที่ยว
3.ธุรกิจการขายของที่ระลึกหรือสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว
4.ธุรกิจการกีฬาสำหรับนักท่องเที่ยว
5.การดำเนินงานนิทรรศการ งานแสดง งานออกร้าน การโฆษณาเผยแพร,หรือ ดำเนินงานอื่นใดโดยมีความบุ่งหมายเพื่อแนะนำหรือส่งเสริมให้มีการเดินทางท่องเที่ยว

จากศักยภาพในการสร้างรายได้ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวพม่าที่สร้าง ผลตอบแทนให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศในอัตราส่วนที่สูง ประกอบกับความพร้อมในทรัพยากรท่องเที่ยวของพม่า ที่สามารถดึงคดนักท่องเที่ยว
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในแต่ละปีมีอัตราส่วนทีเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จึงทำให้ นักธุรกิจจากต่างประเทศมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการบริการนี้ แต่ยังมีกฎเกณฑ์และข้อจำกัดทางด้านกฎหมายของประเทศพม่าที่ยังสงวนสิทธิให้แก่ ประชากรในประเทศ ซึ่งไม่อำนวยต่อการเข้ามาแข่งขันในธุรกิจชุดังกล่าวแก่นักลงทุน
ต่างชาติ จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติ (ได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ป่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ สหภาพยุโรป สิงคโปร์ ปานามา จีน ไต้หวัน อินเดียและ ออสเตรเลีย ได้มีขอเรียกร้องให้ประเทศพม่าทำการยกเลิกกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการบริการท่องเที่ยวของ นักลงทุนต่างชาติ โดยผ่านทางผู้นำประเทศของตนในการประชุมองค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) ซึ่งประเทศพม่าเป็นประเทศสมาชิกหนึ่งของ WTO ซึ่งสามารถสรุปเนื้อหาการเปิดเสรีทางการค้าในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสังเขป ได้ด้งนี้ องค์การการค้าโลก WTO ไค้มีการประชุม และกำหนดให้การค้าบริการ เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องเปิดเจรจาเปิดเสรีนอกเหนือจากการเจรจาเรื่องสินค้า โดยใช้ข้อตกลง บัวไปว่าด้วยการค้าบริการ (General Agreement on Trade in Service—GATS) ในปี พ.ศ. 2538 ซึ่งมีเนื้อหาในการขยายการเปิดตลาด และยกเลิกอุปสรรคต่าง ๆ ที่เป็นการเลือก ปฏิบัติ โดย WTO ไค้มีการจำแนกประเภทบริการของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไว้ 4 สาขา ย่อยได้แก่ (สำนักเจรจาการค้าบริการ, 2547)

6.โรงแรม และภัตตาคาร (hotel lodging services and restaurant services)รวมทั้งบริการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มนอกสถานที่ (catering services)
7.ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและตัวแทนท่องเที่ยว (travel agencies and tour operator services)
8.มัคคุเทศก์ (tourist guides services)
9.บริการท่องเที่ยวอื่น ๆ (others)

โดยข้อผูกพันการเปิดตลาดบริการท่องเที่ยวของประเทศพม่าใน WTO จากการเจรจารอบอุรุกวัย ประเทศพม่าไค้ผูกพันการเปิดตลาดบริการท่องเที่ยวไว้ทั้งหมด 5 กิจกรรม คือ

1.บริการโรงแรมพัก (hotel lodging services)
2.บริการค้านภัตตาคาร (restaurant services)
3.บริการจัดการค้านอาหารและเครื่องดื่มนอกสถานที่ (catering services)
4.บริการผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว (traveling agencies services)
 บริการคานการจัดการโรงแรม (hotel management services) 

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ความคิดเห็นของผู้ให้ข้อมูลต่วนใหญ่ ให้การตอบรับการพัฒนาการท่องเที่ยวในย่านคลองอ้อมเป็นอย่างดี อยากให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวขึ้นในย่านคลองอ้อม แม่ค้าท่านหนึ่ง

กล่าวว่า “ดี จะได้คึกครื้น วัดมีคนขึ้นดงมากขึ้น” (สัมภาษณ์ 6 มกราคม 2554) คนขับเรือกล่าวว่า “แน่นอน ถ้ามีตลาดนํ้า มีนักท่องเที่ยว ผมก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น” (สัมภาษณ์ 6 มกราคม 2554) พระรูป หนึ่งกล่าว นักท่องเที่ยวเวลามาก็จะบริจาคทำบุญ ได้คานา ค่าไฟวัด และยังเป็นทุนในการอนุรักษ์วัด ด้วย” (สัมภาษณ์ 17 มกราคม 2554) ซาวสวนท่านหนึ่งกล่าวว่า “ดีนะ ประการแรก คือความสุข พี่ชอบ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสวนซึ่งเป็นความภูมิใจของเรา สองคือ อาจจะได้ขายผลผลิตจากสวนได้โดยตรง” (สัมภาษณ์11 มกราคม 2554) หัวหน้าหน่วยราซการกล่าวว่า “มีนักท่องเที่ยวเข้ามาก็ดี เพราะอย่างน้อย มองว่า ต.บางกร่างเป็นที่รู้จัก ทำให้พื้นที่เป็นที'รู้จักไปที่วประเทศ”(สัมภาษณ์13 มกราคม 2554)

จากการสัมภาษณ์ สามารถรวบรวมความเห็นนึ่คนในท้องกล่าวถึงข้อจำกัดใน การท่องเที่ยวของย่านคลองอ้อม ความเห็นส่วนใหญ่ตรงกันว่า ผลผลิตทางการเกษตรที่มี'ไม่สมํ่าเสมอ จะทำให้เกิดข้อจำกัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวในย่านคลองอ้อม แม่ค้าท่านหนึ่งกล่าวว่า “ของพื้นที่เรา ไม่มี บางที่เขามีผลหมากรากไม้ที่ขายได้ตลอด บ้านเรามีแต่คนออกไปทำงาน ปล่อยให้สวนร้าง บางสวน พอจะทำนาก็ท่วมหมด” (สัมภาษณ์ 6 มกราคม 2554) ซาวสวนท่านหนึ่งกล่าวว่า “ของในสวนมีไม่ สมํ่าเสมอ มีเฉพาะหน้า เฉพาะฤดู”{สันภาษณ์, 11 มกราคม 2554) สอดคล้องกับซาวสวนอีกท่านหนึ่งที่ กล่าวว่า “นักท่องเที่ยว" มาก็ดีนะ แต่เราจะไม่มีของสวนให้เขาสมํ่าเสมอไม่เหมือนพืชไร่” (สัมภาษณ์ 11 มกราคม} 2554) อกจากผลผลิตทว่งการเกษตรที่อาจจะเป็นข้อจำกัด ประกอบธุรกิจอาจจะ ไค้รับผลกระทบเซ่นกัน แม่ค้าท่านหนึ่งกล่าวว่า ‘ถ้ามีการท่องเที่ยวก็ดี แต่คงยาก ล่วนตัวเองก็ทำคน เดียวถ้ามากันหลายคนต้องตังล่วงหน้า”(สัมภาษณ์'11 มกราคม 2554)

ส่วนข้อจำกัดในการจัดการท่องเที่ยวจากความคิดเห็นของหน่วยราชการ ดังที่หัวหน้าหน่วยราซการท่านหนึ่งกล่าวว่า “เราไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรง จึงไม่มีงบประมาณในล่วนนี้ และยังไม่มีแนวคิดในการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว” (สัมภาษณ์ 13 มกราคม 2554) เจ้าหน้าที่การท่อง เที่ยวท่านหนึ่งกล่าวว่า “ที่นนท์ก็เคยมีการจัดโฮมสเตยัแถวบางไฝ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ชาว บ้านเขาเหมือนไม่เอาจรง อย่างเช่น ในบ้านมี 2 คนอยากจะทำ แต่อีก 3 คนไม่สนใจ มันก็ไม่ประสบ ผดสำเร็จ” (สัมภาษณ์4 มกราคม 2554)

ข้อจำกัดที่อาจจะเป็นผลกระทบที่เกิดจาการพัฒนาการเที่ยวอีกประการหนึ่ง คือ การเยี่ยมซมสวนผลไม้ของนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเกิดผลเลียต่อการทำการเกษตรอย่างคาดไม่ถึง ซาว สวนท่านหนึ่งกล่าวว่า “เจ้าของสวนไม่นิยมให้คนเข้าไปเดินในร่องสวน เพราะจะทำให้ดินแน่นทุเรียนจะ ไม่โต คิดว่าถ้านักท่องเที่ยวเข้ามาคงยากที่จะทำให้เขาเข้าใจ เพราะเขาคงอยากรู้ อยากดูว่าต้นทุเรียน เป็นยังไง ใบเป็นยังไง ต้นมังคุดเป็นยังไง บางคนเขาไม่เคยเห็นนะ สวนทุเร็ยนรับนักท่องเที่ยวไม่ได้มาก เวลากลุ่มเกษตรมา เขาเข้ามาดูแป็บเดียวเล้วเขาก็กลับ” (สัมภาษณ์ 11 มกราคม 2554) ซาวสวนอีก

ทรัพยากรการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ทรัพยากรการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

จากความคิดเห็นจากประซากรทั้ง 5 กลุ่ม เกี่ยวกับจุดน่าสนใจที่จะเที่ยวชมใน ชุมซนย่านคลองอ้อมนนท์ สามารถแบ่งกลุ่มทรัพยากรวัฒนธรรมในย่านคลองอ้อมนนท์ ที่น่าสนใจในการ เที่ยวชมได้ดังนี้

วัดและโบราณสถาน

ผู้ให้ข้อมูลต่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า วัด และโบราณสถาน ในย่าน คลองอ้อมนนท์ เป็นดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม คนขับเรือกล่าวว่า “พวกวัดเก่าๆ ก็มีเยอะ ล่วนใหญ่เขาจะขึ้นไปไหว้พระวัดบางอ้อยช้าง กับวัดชลอ” (สัมภาษณ์ 6 มกราคม 2554) หัวหน้าหน่วย ราชการท่านหนึ่ง กล่าวว่า “เคยมี
ขสมก. เขาจัดหัว มาไหว้พระเก้าวัดในเขตนนท์ แล้วของเทหบาล นนทบุรี ก็เคยจัดล่องเรีอไหว้พระจากวัดเฉลิม วัดประชา ไปถึงวัดเสาธงหิน บางใหญ่” (สัมภาษณ์ 13 มกราคม 2554) ข้าราชการท่านหนึ่งกล่าวว่า ‘ถ้าถามถึงจุดที่น่ามาเที่ยวชม ถ้าคิดจะไหว้พระ พี่เคยนับ วัดจากป่นเกล้า ล่องออกมาทางคลองอ้อม ไปเกาะเกร็ด นับได้ 169 วัดใช้เวลา ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าถึงหก โมงเย็น ขึ้นได้วัดเฉลิม วัดใหญ่สว่างอารมณ์ เกาะเกร็ด ก็แวะ วัดไฝล้อม ได้จัก 6-7 วัด ก็หมดเวลาแล้ว ง่ายๆนะไปไหว้วัดฝ่งช้าย กลับไหว้วัดฝ่งขวา” (สัมภาษณ์ 5 กุมภาพันธ์ 2554)  พระรูปหนึ่งกล่าว “มีนักท่องเที่ยวก็มีเข้ามาเยี่ยมชมถ่ายรูปกับพระปรางค์ และที่ศาลาท่านํ้ากันตลอด” (สัมภาษณ์ 17 มกราคม 2554) จากข้อมูลที่ได้ แสดงถึงความตะหนักในความสำคัญของวัดและโบราณสถานในฐานะ ทรัพยากรการท่องเที่ยว ของคนในย่านคลองอ้อมได้อย่างซัดเจน


en → th
ทรัพยากร

การพัฒนาทารท่องเที่ยวย่านคลองอ้อมนนท์

การพัฒนาทารท่องเที่ยวย่านคลองอ้อมนนท์

ผลจากการประเมินคุณค่าและคักยภาพทรัพยากรวัฒนธรรม ย่านคลองอ้อมนนท์ แสดง ให้เห็นคุณค่าที่ซัดเจนขึ้นของทรัพยากรวัฒนธรรม ที่ดำรงอยู่ในย่านคลองอ้อมนนท์ และสามารถแสดงถึง คักยภาพของทรัพยากรวัฒนธรรมเหล่านั้น ในฐานะทรัพยากรการท่องเที่ยว ซึ่งมีองค์ประกอบต่างๆ ที่ สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้ในอนาคต

หน่วยงานราซการท้องถนบางหน่วยงาน ให้ความสนในการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ ของตน มีการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ อาทิเซ่น เทศบาลนครนนทบุรี โดยนายสมนึก ธนเดซากุล ได้จัดกิจกรรม "เข้าพรรษา ไหว้พระ ซมของดีเมีองนนท์" เพื้อซวนเชิญให้ประซาซนเข้าวัดทำบุญ พร้อม กับได้ซมสถานที่สวยงาม โบราณสถานหลายแห่งที่ประซาซนอาจยังไม'เคยได้ไป (คม ซัด ลึก 2553 : 8) นายพรเทพ ประดับพลอย นายกเทศมนตรีตำบลบางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เผยความคบหน้าการ เปิดตลาดนํ้า 3 สาย ที่คลองอ้อม คลองบางใหญ่ และคลองบางกอกน้อย บริเวณหน้าที่ทำการเทศบาล นั้น ขณะนี้มีพ่อค้าแม่ค้าจำนวนหนึ่งแจ้งความจำนงขอจำหน่ายสินค้าบนแพใหญ่ที่จัดไว้ทั้งหมด 3 แพ ภายหลังตลาดนํ้ากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างซาติเรมเข้าพื้นที่ (มติซน 2552 : 8) สภาพปัจจุบันของแพริมนั้าที่ อ.บางใหญ่ บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเงียบเหงายังไม' ปรากฏนักท่องเที่ยวตามแผนที่วางไว้

การท่องเที่ยวได้เข้ามาในพื้นที่ย่านคลองอ้อมนนท์มาเป็นเวลานานพอสมควร มีการจัด การนำเที่ยวโดยการนั่งเรีอหางยาวมาเป็นหมู่คณะ ห่รีอการเช่าเหมาลำเดินทางต่วนตัว และการเข้ามาทำ กิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบอึ่น ดังที่แม่ค้าท่านหนึ่งได้กล่าวว่า “จะมีคณะชาวต่างชาติ มาเป็นกลุ่ม แรกๆ ก็มาเดินเข้าไปในสวน ตอนหลังมีการขี่จักรยานไปตามทางเท้าในสวน^ผู้นำมีการถือปูนขาวโรย เป็นเล้นทาง 'เพอไม่ให้หลงทางเวลาฦลับ” (ลัมภาษณ 6 (รู!!'เราคม 2554)]]จากการลอบถามผู้ให้ข้อมูล เกี่ยวกับผลประโยซน์ ที่คนในท้องกี่นและชุมซนได้รับจากการท่องเที่ยว คนขับเรีอหางยาวท่านหนึ่งกล่าว ว่า “ชุมชนไม่น่าได้อะไร เขามาดูเฉยๆ บางทีเขามาแล้วก็ขึ้นไหว้พระบนวัด แล้วเขาก็ไป” (สัมภาษณ์ 6 มกราคม 2554) แม่ค้าท่านหนึ่งกล่าวว่า “มีแร่อฝรั่งผ่านมามองเรอยๆ เขาไม่ได้แวะ แค่เป็นทางฝาน ไม่ได้ เป็นจุดสำคัญอะไร” (สัมภาษณ์11 มกราคม 2554) แม่ค้าอีกท่านหนึ่งเล่าว่า “ชุมชนคงไม่ได้อะไร คือ เขามาดูเฉยๆ เตี้ยวนี้มีชาวต่างชาตินั่งเรอมาจากท่าช้าง มาขึ้นที่บางใหญ่ในช่วงเย็น แล้วก็เดินดู จะชื้อ ของก็ต่อของเก่งมาก ต่อจนเราขาดทุนขายไม่ได้ แล้วก็นั่งรถเมล์กลับ บางทีเราก็ช่วยบอกทางให้” (สัมภาษณ์11 มกราคม 2554)


การศึกษารูปแบบทีเหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

การศึกษารูปแบบทีเหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 

ย่านคลองอ้อม จังหวิดนนทบุรี เป็นการศึกษาโดยการใช้ระเบียบวิธีวิจัยเซิงปริมาณและเซิงคุณภาพ โดยมีวัตถุ ประสงค์เพี่อศึกษาและประเมิน คุณค่าและจักยภาพทางการท่องเที่ยวของทรัพยากรทางวัฒนธรรม ย่าน คลองอ้อม จังหวัดนนทบุรี และหาแนวทางพี่เหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพี่อรองรับ การขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยวในอนาคต โดยมุ่งหวังให้ชุมซนย่านคลองอ้อม จังหวัดนนทบุรี เป็น แหล่งเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญ ระดับประเทศ ด้วยรูปแบบที่เหมาะสมของการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่สามารถใช้เป็นตัวอย่าง ในการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ในชุมซนย่านอนต่อไป

1.พื้นที่ศึกษา 

พี้นที่ริมคลองอ้อม หรอแม่นาอ้อมทั้งสองฝัง โดยศึกษาพื้นที่ตามขอบเขต แม่,นาอ้อม หรอ คลองอ้อม ของ ศรัณย์ทองปาน (2540 : 21) คอ หมายรวมเอาสองฝังลำแม่'นํ้าเจ้าพระยาสายเก่าที่หัก เลี้ยวเข้ามาเป็นคลองเซึ่อมต่อแม่นํ้าเจ้าพระยาในปัจจุบัน โดยเสือกศึกษาเส้นทางตั้งแต่ปากคลองพี่แยก จากแม่นํ้าเจ้าพระยา ใน ต.ไทรม้า อ.เมีองนนทบุรี จนถึงปากคลองบางกรวยบริเวณวัดซลอ จากแผนที่ตัว เมืองกรุงเทพมหานคร (พิมพ์ครั้งที่ 4) พื้นที่ที่จะศึกษาครอบคลุมถึง คลองอ้อมนนท์จากแม่,นํ้าเจ้าพระยา ถึงคลองบางรักใหญ่ คลองอ้อมน้อย จากคลองบางรักใหญ่ถึงคลองบางใหญ่ และคลองบางกอกน้อย จากคลองบางใหญ่ถึงวัดซลอ

คลองอ้อมนนท์ เป็นแม่นํ้าเจ้าพระยาสายเก่ามีพื้นที่อยู่ในเขต อ.เมืองนนทบุรี อ.บางกรวย อ. บางใหญ่ และอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยแนวลำคลองถูกใช้เป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบัน ระยะทางประมาณ17.5กิโลเมตร (หวนพินธุพันธ์2547 : 107) เพี่อที่จะประมาณเนื้อที่ของพื้นที่ศึกษา ได้นำข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด (กระทรวงมหาดไทย 2553) จากแผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศ แสดงให้เห็นอาณาเขตของตำบลต่างๆ พี่มีอาณาเขตติดกับคลองอ้อมดังนื้

อ.เมืองนนทบุรี พื้นที่ใน ต.ไทรม้า 8.14 ตารางกิโลเมตร ต.บางศรีเมือง 1.67 ตารางกิโลเมตร ต.บางกร่าง 7.45 ตารางกิโลเมตร และต.บางรักน้อย 6.02 ตารางกิโลเมตร พื้นที่รวม 23.28 ตาราง กิโลเมตร

อ.บางกรวย พื้นที่'ใน ต.วัดซลอ 8.40 ตารางกิโลเมตร ต.บางลีทอง 2.58 ตารางกิโลเมตร ต. บางขนุน 3.18 ตารางกิโลเมตร ต.บางขุนกอง 6.24 ตารางกิโลเมตรและต.บางคูเวียง 9.95 ตาราง กิโลเมตร พื้นที่รวม 30.33 ตารางกิโลเมตร

อ.บางใหญ่ พื้นที่ใน ต.บางม่วง 10.33 ตารางกิโลเมตร ต.บางเลน 4.74 ตารางกิโลเมตร และต.เสาธงหิน 11.54 ตารางกิโลเมตร พื้นที่รวม 26.61 ตารางกิโลเมตร

อ.บางบัวทอง มีพื้นที่ที่ติดคลองอ้อมอยู่ที่ ต.บางรักใหญ่ 7.18 ตารางกิโลเมตร การคิกษาวิจัยครั้งนี้อยู่ในขอบเขตพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 87.4 ตารางกิโลเมตร

2. การสร้างแบบประเมินคุณค่าและศักยภาพของวัฒนธรรม ย่านคลองอ้อมนนท์

2.1 ใช้ข้อมูลจากแนวคิด ทฤษฏี เอกสารวิซาการ ตัวอย่างแบบประเมินมาตรฐานแหล่ง ท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม กรณีคิกษาเปรียบเทียบ ในการออกแบบและกำหนดเกณฑ์ใน การประเมินคุณค่าความสำคัญ และคักยภาพของทรัพยากรทางวัฒนธรรม ย่านคลองอ้อม โดยได้รับ ความเห็นชอบและตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ

2.2 เก็บรวบรวมข้อมูลภาพถ่าย

3.วิธีการเก็บรรบรรมข้อมูล

3.1 การคิกษาจากเอกสาร (Documentary Study) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากการคิกษา แนวคิด ทฤษฏีในการคิกษา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคลองอ้อมด้านกายภาพ ประวัติศาสตร์และ โบราณคดี หลักการวางแผนการท่องเที่ยว การจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และแนวทางการประเมิน ความสำคัญและคักยภาพของทรัพยากรวัฒนธรรม ในฐานะทรัพยากรการท่องเที่ยว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้ จากรายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ หนังสือ จุลสาร บทความและเอกสารเผยแพร่ แผนที่ ภาพถ่ายเก่า รวมทั้งสึ่อทางอินเตอร์เน็ต เพี่อเป็นแนวทางในการคิกษา

3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม (Field Study) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม โดยเก็บข้อมูลในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

3.3 ประวัติศาสตร์ชุมชนโบราณสถานโดยเลือกศึกษาโบราณสถานที่มีความเก่าแก่มี หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ห่รีอมีคุณลักษณะที่โดดเด่น ได้แก่ วัดซลอ วัดโตนด วัดโพธิ๋บางโอ วัดบาง อ้อยช้าง วัดโบสถ์บน วัดสิงห์วัดตะเคียน วัดอัมพวัน วัดปรางค์หลวง วัดพิกุลเงิน วัดเสาธงหิน วัด ปราสาท วัดขวัญเมือง วัดเฉลิมพระเกียรติฯ และชุมซนที่ยังคงสภาพวิถีชีวิตริมนํ้าได้แก่ ชุมซนวัดซลอ ชุมซนบางขนุน ชุมซนวัดโบสถ์บน ชุมซนบางม่วง ชุมซนวัดขวัญเมือง และชุมซนบางศ่รีเมือง

3.2.2 ภูมิทัศน์วัฒนธรรมตลอดเส้นทางนํ้า และทางบก เก็บรวมรวมข้อมูลภาพถ่ายเพี่อ เสนอสภาพปัจจุบันของพื้นพี่

3.2.3 รูปแบบ และองค์ประกอบทางการท่องเที่ยวในย่านคลองอ้อมนนท์

3.2.4 ทัศนคติของคนในชุมซน เที่ยวกับวิถีชีวิตริมคลอง การคมนาคมขนล่งทางนํ้า การ ท่องเที่ยว และการอนุรักษ์สงแวดล้อมและโบราณสถาน

3.2.5 รูปแบบการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่

เก็บข้อมูลโดย การสำรวจ การลังเกต การลัมภาษณ์เซิงลึก และทำการตรวจสอบสาม เส้า โดยใช้การเก็บข้อมูลมากกว่า 1 วิธี จากผู้ให้ข้อมูลมากกว่า 1 กลุ่ม

4. กลุ่มประชากรทีทำการศึกษา

ในการเลึอกกลุ่มตัวอย่าง ใช้วิธีการเสือกสุ่มแบบเจาะจงและการสุ่มแบบบังเอิญ จาก กลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่ม ได้แก่

4.1 เจ้าหน้าที่หน่วยราซการที่มีหน้าที่ดูแลจัดการพื้นที่ลึกษา ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้านอบต.
4.2ประชาชน ในชุมชนทอยู่ในเขตทรัพยากรวัฒนธรรมที่เลึอกลึกษr ชงเป็นประซาซนที่ อาค์ยอยู่สองฝังคลองอ้อม
4.3 กลุ่ม องค์กร วัด ที่มีบทบาทในการพัฒนาท้องกน
4.4 หน่วยธุรกิจที่มีล่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยว
4.5 นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่

5. เครี่องมือทีใช้ในการศึกษา

5.1 แบบประเมินคุณค่าและดักยภาพทางการท่องเที่ยวของทรัพยากรวัฒนธรรม ย่านคลอง

อ้อมนนท์

5.2 ชุดคำถามในการลัมภาษณ์โดยการออกแบบชุดคำถามโดยยึดวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพี่อกำหนดข้อมูลที่ต้องการ ผู้ให้ข้อมูล วิธีเก็บข้อมูล และเสือกเครื่องมีอการเก็บข้อมูล แนวคำถาม แนว ทางการลังเกต

5.3 เครื่องมีอช่วยจดจำ สำหรับใช้ในการจดบันทึกรายละเอียดจากการสำรวจและการลัม ภาษณ์ได้แก่ สมุดจดบันทึก กล้องก่ายภาพ และเครื่องบันทึกเสียง

6.การวิเคราะห์และการนำเสนอข้อมูล

การคืกษาครั้งนี้เป็นการคืกษาเซิงพรรณนาความ (Descriptive Analysis) ทั้งนี้ผู้คืกษาใช้ วิธีการตีความสร้างข้อสรุปจากข้อมูลที่เป็นรูปธรรม จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือวิธีการตีความ และการสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย และนำผลการคืกษามาเสนอรูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรม ย่านคลองอ้อม จ.นนทบุรี นำไปสู่แผนปฏิบัติการโดย

6.1 การประเมินจักยภาพทางการท่องเที่ยวและคุณค่าของทรัพยากรวัฒนธรรม ได้แบ่งการ ประเมินคุณค่าออกเป็น 2 ส่วน คือ การประเมินคุณค่าและจักยภาพโดยการคืกษาจากข้อมูลเอกสาร ต่างๆ และการประเมินคุณค่าและจักยภาพ โดยพิจารณาถึงสภาพปัจจุบันจากการสำรวจ และผลจาก แบบประเมินคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรวัฒนธรรม ย่านคลองอ้อม ทั้งนี้ในการเสนอรูปแบบที่ เหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม อยู่บนพี้นฐานของ คุณค่าและจักยภาพของทรัพยากร วัฒนธรรม มาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยว ตามแนวคิดการวางแผนการท่องเที่ยว และการจัดการ ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

6.2 การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหาการจัดการท่องเที่ยวในย่านคลองอ้อมนนท์
6.3 การวิเคราะห์หารูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ย่านคลองอ้อม